โรตารี่
อ่าน 4 นาที
โรตารี่ระบบเฟือง vs ระบบโซ่ ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี?
ระบบเฟืองทนกว่า 8-10 ปี ดูแลง่ายกว่า คุ้มระยะยาว
+
คำถามที่เกษตรกรถามบ่อยที่สุดตอนเลือกซื้อโรตารี่คือ "ระบบเฟืองกับระบบโซ่ อันไหนดีกว่ากัน" คำตอบสั้น ๆ คือ ระบบเฟืองทนทานกว่า ดูแลง่ายกว่า แต่มีรายละเอียดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ระบบเฟืองคืออะไร
โรตารี่ระบบเฟือง (Gear Drive) ใช้เฟืองเหล็กกลเกียร์ส่งกำลังจากเพลา PTO ของรถไถ ไปหมุนเพลาใบมีด ข้อดีคือเฟืองทำงานในกล่องเกียร์ปิดมีน้ำมันหล่อลื่น ไม่สัมผัสดินและฝุ่น ทำให้อายุใช้งานยาว 8-10 ปีขึ้นไปโดยไม่ต้องซ่อมใหญ่ เหมาะกับงานหนักในดินแข็ง ดินลูกรัง หรือดินที่มีหินและรากไม้
ระบบโซ่คืออะไร
ระบบโซ่ (Chain Drive) ใช้โซ่เหล็กส่งกำลังแทนเฟือง โครงสร้างง่ายกว่า ราคาถูกกว่าประมาณ 15-25% แต่ข้อเสียคือโซ่ยืดตามอายุการใช้งาน ต้องปรับตึงบ่อย โซ่และสเตอร์สึกเร็วโดยเฉพาะในดินแข็ง และถ้าโซ่ขาดกลางนาต้องหยุดงานซ่อมทันที
เปรียบเทียบแบบตรง ๆ
ความทน: เฟือง 8-10 ปี / โซ่ 3-5 ปี
การดูแล: เฟือง เปลี่ยนน้ำมันปีละครั้ง / โซ่ ปรับตึงทุก 1-2 เดือน
เสียงและแรงสั่น: เฟืองเงียบและนิ่งกว่าโซ่
ราคา: เฟืองแพงกว่าโซ่ 15-25% แต่คุ้มค่าระยะยาว
งานหนัก: เฟืองเหมาะกว่าอย่างชัดเจน
ช้างทองเลือกทำระบบเฟืองทั้งหมด
โรตารี่ช้างทองทุกขนาดตั้งแต่ 0.8 เมตร ถึง 2.4 เมตร ใช้ระบบเฟืองทั้งหมด เพราะทีมวิศวกรเห็นว่าเกษตรกรไทยใช้งานหนัก ดินในภาคอีสานและภาคเหนือแข็งและมีหินบ่อย ระบบเฟืองทนกว่าคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
นอกจากนี้ยังเลือกใช้เฟืองเหล็กกลเกียร์ชั้นดี ผ่านการชุบแข็งพิเศษ ทำให้ทนแรงบิดสูง และใช้กล่องเกียร์ขนาดใหญ่ ช่วยกระจายความร้อน เฟืองอยู่ในน้ำมันหล่อลื่นตลอดเวลา
เลือกขนาดให้เหมาะกับรถไถ
ขนาดโรตารี่ต้องเลือกตามแรงม้ารถไถ ถ้ารถไถกำลังน้อยแต่ใช้โรตารี่ขนาดใหญ่ รถไถจะทำงานหนักเกิน ใบมีดตัดไม่ลงเต็มที่ เปลืองน้ำมัน
รถไถ 14-27 แรง → โรตารี่ 0.8 เมตร (24 ใบ)
รถไถ 24-30 แรง → โรตารี่ 1.0 เมตร (30 ใบ)
รถไถ 30-40 แรง → โรตารี่ 1.6 เมตร (48 ใบ)
รถไถ 30-50 แรง → โรตารี่ 1.8 เมตร (54 ใบ)
รถไถ 45-70 แรง → โรตารี่ 2.0 เมตร (60 ใบ)
รถไถ 45-80 แรง → โรตารี่ 2.2 เมตร (60 ใบ)
รถไถ 45-110 แรง → โรตารี่ 2.4 เมตร (66 ใบ)
สรุป
ถ้าใช้งานจริงจังทุกปี เลือกระบบเฟือง คุ้มกว่าในระยะยาว ค่าดูแลต่ำกว่า ทนงานหนักกว่า และไม่มีปัญหาโซ่ขาดกลางนา โรตารี่ช้างทองใช้ระบบเฟืองทั้งหมด มีของแถมครบชุด ยอย PTO สลัก ปริ้นล็อก รับประกันหลังการขาย
ดูโรตารี่ช้างทองทุกขนาด →
เครื่องพ่นยา
อ่าน 5 นาที
เครื่องพ่นยา 300 ลิตร เลือกยังไง ใช้รถไถกี่แรง 1/2/3 ระบบต่างกันยังไง?
เลือกระบบ 1/2/3 ตามงาน รถไถที่เหมาะ 35-65 แรง
+
เครื่องพ่นยาติดรถไถขนาด 300 ลิตรเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มเกษตรกรไทย เพราะขนาดพอดี ไม่ใหญ่จนรถไถเล็กทนไม่ไหว ไม่เล็กจนเติมน้ำบ่อย เหมาะทั้งไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด และนาข้าว แต่มีรายละเอียดที่ควรรู้ก่อนซื้อ
ใช้รถไถกี่แรงม้า
เครื่องพ่นยา 300 ลิตรของช้างทองออกแบบให้ใช้งานได้กับรถไถ 30-100 แรงม้า ถ้ารถไถต่ำกว่า 30 แรง แนะนำรุ่น 200 ลิตร เพราะถ้าฝืนใช้ 300 ลิตร น้ำเต็มถังจะหนักเกินไป รถไถทำงานหนัก เปลืองน้ำมัน และอาจทำให้ PTO เสียหายได้
รถไถขนาดที่แนะนำที่สุดสำหรับ 300 ลิตรคือ 35-65 แรงม้า พอดีทั้งกำลังและความคล่องตัว
1 ระบบ / 2 ระบบ / 3 ระบบ ต่างกันยังไง
ช้างทองผลิตถังขาว 300 ลิตรแยก 3 รุ่นตามความซับซ้อนของระบบพ่น ให้เกษตรกรเลือกได้ตามงานจริง
รุ่น 1 ระบบ (19,900 บาท โปรโมชั่น) — ใช้ปีกพ่นกลาง 5 เมตร 9 หัวฉีด เหมาะกับงานพ่นยาทั่วไปในไร่เปิด ปั๊ม 3 สูบ 1 นิ้ว ให้แรงดันสม่ำเสมอ สปริงเซฟตี้ปีกพ่นพับได้เวลาชนสิ่งกีดขวาง ไม่หัก
รุ่น 2 ระบบ (21,900 บาท โปรโมชั่น) — เพิ่มปีกข้าง 90 ซม. 2 หัวฉีด ช่วยพ่นในมุมที่ปีกกลางเข้าไม่ถึง เช่น ขอบแปลง หรือพ่นวัชพืชข้างร่อง
รุ่น 3 ระบบ (26,900 บาท โปรโมชั่น) — รุ่นเน้นงานอ้อย — เพิ่มระบบสายฉีดฮอร์โมนทางใบโดยเฉพาะ ช่วยให้ฉีดปุ๋ยทางใบและยากระตุ้นการเจริญเติบโตได้สะดวก ไม่ต้องสลับอุปกรณ์
ทำไมปั๊ม 3 สูบ 1 นิ้วถึงสำคัญ
ปั๊มเป็นหัวใจของเครื่องพ่นยา ถ้าปั๊มเล็กหรือสูบน้อย แรงดันไม่พอ ละอองยาไม่กระจายสม่ำเสมอ ทำให้พ่นไม่ทั่วถึง สิ้นเปลืองยา
ช้างทองเลือกใช้ปั๊ม 3 สูบ 1 นิ้ว ซึ่งให้แรงดันสูงและสม่ำเสมอ พ่นได้ต่อเนื่องไม่กระตุก ต่างจากรุ่นราคาถูกที่มักใช้ปั๊ม 2 สูบ หรือปั๊ม 3 สูบขนาด 3/4 นิ้ว ซึ่งแรงดันไม่พอสำหรับปีกพ่น 5 เมตรเต็ม
สายพ่นยาหนา 5 ชั้น อย่ามองข้าม
สายพ่นยาเป็นจุดที่มักเสียก่อน เพราะสัมผัสสารเคมีตลอดเวลา ช้างทองใช้สายพ่นยาหนา 5 ชั้น ทนสารเคมี ไม่กรอบแตก ใช้ได้ 3-5 ปีในสภาพปกติ
สิ่งที่แถมมาให้ ไม่ต้องซื้อเพิ่ม
เครื่องพ่นยาทุกรุ่นของช้างทองแถมของครบชุด ยอย PTO สลัก ปริ้นล็อก เกษตรกรรับไปติดตั้งได้ทันทีไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม ซึ่งถ้าซื้อเพิ่มเองราคาประมาณ 2,000-3,000 บาท
สรุป: ควรเลือกรุ่นไหน
ไร่ทั่วไป พ่นยา/ปุ๋ยปกติ → รุ่น 1 ระบบ
ต้องพ่นขอบแปลง ซอกซอย → รุ่น 2 ระบบ
ไร่อ้อย ใช้ฮอร์โมนทางใบบ่อย → รุ่น 3 ระบบ
ดูเครื่องพ่นยาช้างทองทุกรุ่น →
ริปเปอร์ฝังปุ๋ย
อ่าน 5 นาที
ริปเปอร์ฝังปุ๋ยอ้อย ประหยัดได้กี่บาทต่อไร่ คำนวณจริงให้ดู
ไร่ 100 ไร่ ประหยัด 56,000 บาท/ปี คืนทุน 1-1.5 ปี
+
ริปเปอร์ฝังปุ๋ยอ้อยคือเครื่องที่ไถแตกดินแข็ง + ฝังปุ๋ยลงในดินพร้อมกันในครั้งเดียว ชาวไร่อ้อยหลายคนยังใช้วิธีไถก่อน แล้วค่อยหว่านปุ๋ย แต่วิธีนี้เสียเวลาและปุ๋ยระเหยไปกับแดดได้ 20-30% มาดูกันว่าใช้ริปเปอร์ฝังปุ๋ยคุ้มค่ายังไง
คำนวณจริง: ไร่อ้อย 100 ไร่
สมมติไร่อ้อย 100 ไร่ ใส่ปุ๋ยปีละ 2 รอบ รอบละ 30 กก./ไร่ รวม 60 กก./ไร่/ปี
แบบเดิม — ไถแล้วหว่านปุ๋ย:
ค่าไถ 100 ไร่ × 300 บาท = 30,000 บาท/รอบ × 2 = 60,000 บาท/ปี
ค่าแรงหว่านปุ๋ย 100 ไร่ × 80 บาท = 8,000 บาท/รอบ × 2 = 16,000 บาท/ปี
ปุ๋ยสูญเสียจากการระเหย 20% × 60 กก. × 100 ไร่ × 25 บาท/กก. = 30,000 บาท/ปี
รวมค่าใช้จ่ายต่อปี: 106,000 บาท
แบบใหม่ — ใช้ริปเปอร์ฝังปุ๋ย:
ค่าใช้เครื่อง 100 ไร่ × 250 บาท = 25,000 บาท/รอบ × 2 = 50,000 บาท/ปี (ทำ 2 งานพร้อมกัน)
ไม่ต้องจ้างแรงหว่านปุ๋ย = ประหยัด 16,000 บาท/ปี
ปุ๋ยฝังในดิน ไม่ระเหย ประหยัดปุ๋ยได้ 15-20% = 22,500-30,000 บาท/ปี
รวมค่าใช้จ่ายต่อปี: 50,000 บาท
ประหยัดต่อปี: 56,000 บาท — สำหรับไร่ขนาด 100 ไร่ ราคาเครื่องประมาณ 40,000-70,000 บาท คืนทุนใน 1-1.5 ปี ปีถัดไปเป็นกำไรล้วน
จุดเด่นของริปเปอร์ฝังปุ๋ยช้างทอง
ถังปุ๋ยสแตนเลส 304 ทั้งชุด — ฝา ถัง และตัวกระจายปุ๋ย ไม่เป็นสนิม ทนกรดด่างจากปุ๋ยเคมี อายุใช้งาน 10 ปีขึ้นไป รุ่นคู่แข่งหลายยี่ห้อใช้เหล็กเคลือบ ซึ่งสนิมขึ้นภายใน 2-3 ปี
มอเตอร์ขับปุ๋ยอัตโนมัติ — ไม่ต้องใช้โซ่และสเตอร์ที่ขาดง่าย ปรับปริมาณปุ๋ยผ่านกล่องควบคุม Digital ได้แม่นยำ 100 ระดับ
ชุดปิดแผลดิน (Optional) — หลังไถฝังปุ๋ยแล้ว มีแผ่นปิดแผลดินช่วยกลบร่อง ปุ๋ยไม่ระเหย และรักษาความชื้นในดิน ทำให้รากอ้อยดูดซับปุ๋ยได้เต็มที่
เลือกขนาดยังไง
1.6 ม. (2 ขากระทู้) — รถ 30-50 แรง ถังปุ๋ย 100 กก. ขาหนา 25 มิล เหมาะไร่เล็ก-กลาง
1.8 ม. (2-4 ขา) — รถ 45-60 แรง ถัง 120 กก. ขาหนา 32 มิล เหมาะไร่กลาง
2.0 ม. (2 ขา + ใบตัด) — รถ 60-100 แรง ถัง 200 กก. เหมาะไร่ขนาดใหญ่
สรุป
ริปเปอร์ฝังปุ๋ยอ้อยคุ้มค่าสำหรับไร่อ้อยตั้งแต่ 50 ไร่ขึ้นไป คืนทุนภายใน 1-2 ปี และลดการพึ่งพาแรงงานที่หายากในปัจจุบัน ช้างทองมีให้เลือก 6 รุ่น 3 ขนาด พร้อมของแถมครบชุด
ดูริปเปอร์ฝังปุ๋ยช้างทอง →
เครื่องหยอดข้าว
อ่าน 4 นาที
เครื่องหยอดข้าว S8 vs S10 ต่างกันยังไง เลือกรุ่นไหน?
S8 แถวกว้าง 30+ แรง / S10 แถวแคบ 45+ แรง
+
เครื่องหยอดข้าว S8 และ S10 เป็นรุ่นขายดีที่สุดของช้างทอง ทั้งสองเป็นเครื่องหยอดติดรถไถที่ช่วยลดค่าแรงหว่านข้าวได้ถึง 70% แต่มีความต่างเล็กน้อยที่ต้องเลือกให้เหมาะกับนาและรถไถ
ตารางเปรียบเทียบ S8 vs S10
จำนวนแถว: S8 = 8 แถว / S10 = 10 แถว
ระยะแถว: S8 = 20-25 ซม. / S10 = 15-20 ซม.
รถไถที่ใช้: S8 = 30 แรงม้าขึ้นไป / S10 = 45 แรงม้าขึ้นไป
น้ำหนักเครื่อง: S8 = 235 กก. / S10 = 285 กก.
ทำงานต่อวัน: S8 = 20-30 ไร่ / S10 = 20-35 ไร่
ใบผาน: 16 ใบ หรือ 20 ใบ เกรดโบรอน (เลือกได้)
ราคาโปรโมชั่น: S8 = 42,000 บาท / S10 = 50,000 บาท
เลือก S8 ถ้า...
ปลูกข้าวระยะแถวกว้าง (ข้าวเจ้าทั่วไป)
รถไถกำลังปานกลาง 30-50 แรงม้า
พื้นที่นาปกติ 30-200 ไร่
อยากได้ราคาคุ้มค่ากว่า
เลือก S10 ถ้า...
ปลูกข้าวระยะแถวแคบ (ข้าวหอมมะลิพรีเมียม)
รถไถกำลังดี 45 แรงม้าขึ้นไป
ต้องการผลผลิตต่อไร่สูงสุด
ทำงานเสร็จเร็วกว่า (แถวเพิ่ม เวลาลด)
จุดเด่นที่มีทั้งสองรุ่น
ลูกกริ้งบดทับหลังหยอด — เพิ่มอัตราการงอกของเมล็ด ช่วยให้งอกพร้อมกันทั้งแปลง และเพิ่มความชื้นในดิน ซึ่งสำคัญมากในช่วงปลูกหน้าแล้ง
ใบผานเกรดโบรอน — เลือกได้ 16 หรือ 20 ใบ เหล็กโบรอนทนสึกหรอดีกว่าเหล็กธรรมดา 3-4 เท่า ใช้งานได้หลายปีโดยไม่ต้องเปลี่ยน
ปรับระยะต้นได้ 15/20/25 ซม. — ปรับโดยการเปลี่ยนจานและสเตอร์ ทำให้ปลูกข้าวได้หลายสายพันธุ์ด้วยเครื่องเดียว
ตัวกลบร่องและปิดแผล — หลังหยอดเมล็ดแล้ว มีชุดกลบร่องอัตโนมัติ เมล็ดไม่หาย นกไม่มากิน
คำนวณค่าจ้างแรงงาน vs ซื้อเครื่อง
ค่าจ้างแรงหว่านข้าวปัจจุบันประมาณ 200-300 บาท/ไร่ นาข้าว 50 ไร่ = 10,000-15,000 บาท/รอบ ปีละ 2 รอบ = 20,000-30,000 บาท/ปี
เครื่อง S8 ราคา 42,000 บาท คืนทุนใน 1.5-2 ปี ใช้งานได้ 10 ปีขึ้นไป
เครื่องหยอดเดินตาม — ทางเลือกถ้าไม่มีรถไถ
ถ้ายังไม่มีรถไถ ช้างทองมีเครื่องหยอดเดินตามราคา 6,500-8,500 บาท ใช้แรงคนเดินเอง หยอดได้ทั้งข้าวและถั่วปอเทือง ค่าจัดส่งทั่วประเทศ 1,000 บาท เก็บปลายทาง
สรุป
S8 เหมาะกับเกษตรกรทั่วไป ส่วน S10 เหมาะกับไร่ขนาดใหญ่และผู้รับจ้างทำนา ทั้งสองรุ่นผลิตในไทยโดยช้างทอง มีอะไหล่พร้อมส่ง ทีมช่างให้คำปรึกษาก่อนและหลังซื้อ
ดูเครื่องหยอดข้าวทุกรุ่น →
เครื่องตัดหญ้า
อ่าน 4 นาที
เครื่องตัดหญ้า ใบ S vs ใบวาย vs ใบค้อน ใช้กับงานไหน?
แต่ละใบใช้งานต่างกัน ตัดตออ้อยต้อง Heavy ขึ้นไป
+
เกษตรกรมักสับสนระหว่างเครื่องตัดหญ้า 3 ประเภทคือ "ใบ S", "ใบวาย" และ "ใบค้อน" แต่ละแบบเหมาะกับงานต่างกัน ถ้าเลือกผิดจะตัดไม่ได้ดังใจ หรือเครื่องเสียหายเร็ว มาดูกันว่าแต่ละแบบเหมาะกับงานอะไร
ใบ S — ตัดหญ้าทั่วไป แปลงเปิด
ใบ S เป็นใบมีดรูปตัว S หมุนรอบแกนกลาง เหมือนเครื่องตัดหญ้าสนามแต่ขยายขนาด เหมาะกับตัดหญ้าทั่วไป แปลงเปิด หญ้าไม่สูง ไม่เหนียว
ช้างทองผลิตใบ S 2 รุ่นคือ Series SY (ดีไซน์โครง X น้ำไม่ขัง) และ Series A (หัวโดมพับขึ้นรูปปกป้องเกียร์บ็อค) ทั้งสองมีให้เลือกขนาด 1.0/1.2/1.4 เมตร รถไถ 20-55 แรง
ข้อจำกัด: ใบ S ตัดหญ้าที่ยาวหรือเหนียวไม่ได้ดี และไม่เหมาะตัดใบอ้อย ตัดตออ้อย ตัดตอฟางข้าว
ราคา: เริ่ม 16,900 บาท (Series SY) / 19,900 บาท (Series A)
ใบวาย (Y-Blade) — หญ้าสด หญ้ายาว หญ้าเหนียว
ใบวายคือใบมีดรูปตัว Y 3 แฉก หมุนด้วยความเร็วสูง ใบมีดอิสระสลัดตัวออกได้เวลาเจอหิน จึงไม่หักง่าย เหมาะกับหญ้ายาว หญ้าเหนียว หญ้าสดเขียว
ใบวายตัดหญ้าได้สะอาดกว่าใบ S ในสภาพหญ้ายากๆ และไม่พันใบเหมือนใบ S
ข้อจำกัด: ใบวายไม่เหมาะกับกิ่งไม้แข็ง เพราะใบมีดจะหักหรือสึกเร็ว
ราคา: ช้างทองรุ่น Y 1.25 ม. = 29,900 บาท / Y 1.45 ม. = 32,900 บาท
ใบค้อน (Hammer Blade) — กิ่งแข็ง หญ้าแห้ง
ใบค้อนคือใบมีดหนาหนักรูปค้อน ใช้แรงเหวี่ยงทุบกิ่งไม้และหญ้าแห้งให้แตกเป็นชิ้นเล็ก เหมาะกับกิ่งไม้แข็งไม่เกิน 5 ซม. หญ้าแห้ง ตอฟาง และเศษพืชที่ต้องการสับละเอียด
ข้อจำกัด: ใบค้อนตัดหญ้าสดเขียวสู้ใบวายไม่ได้ และเสียงดังกว่า
รุ่น Heavy และ Super Heavy — ตัดตออ้อยได้
สำหรับงานตัดตออ้อย ตัดใบอ้อย หรือตัดตอฟางข้าวแข็งๆ ต้องใช้รุ่น Heavy หรือ Super Heavy เท่านั้น
รุ่น Heavy 1.65 ม. ใบวายและใบค้อน ติดรถ 30-50 แรง เปิดฝาท้ายได้ มีลูกกลิ้งบดทับหลัง ราคา 46,900 บาท
Super Heavy bicon 1.6 ม. น้ำหนักใบ 1.2 กก./ใบ ติดรถ 40-50 แรง ราคา 56,900 บาท
Super Heavy 2.0 ม. ติดรถ 45-65 แรง ราคา 69,900 บาท
สรุปการเลือก
ตัดหญ้าสนามหญ้าทั่วไป แปลงเปิด → ใบ S (Series SY/A)
ตัดหญ้ายาว หญ้าสดเหนียว → ใบวาย
ตัดกิ่งไม้ หญ้าแห้ง ตอฟาง → ใบค้อน
ตัดตออ้อย ใบอ้อย → Heavy 1.65 หรือ Super Heavy เท่านั้น
ตัดตออ้อยอย่างเดียว → เครื่องตัดตออ้อย (คนละรุ่นกัน) 22,900-29,900 บาท
ทำไมต้องช้างทอง
เครื่องตัดหญ้าช้างทองทุกรุ่นใช้พื้นสกีหนา 12 มม. แข็งแรงกว่าคู่แข่งที่ใช้ 8-10 มม. ทนการกระแทกหิน และมีระบบน็อคดาวน์ถอดซ่อมง่าย เปลี่ยนใบมีดเองได้โดยไม่ต้องพาไปร้าน แถมของครบชุด ยอย PTO สลัก ปริ้นล็อก ทุกรุ่น
ดูเครื่องตัดหญ้าช้างทองทุกรุ่น →